"คุณแชมเบอร์ส เกิดเรื่องขึ้นแล้ว! ระบบการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยแห่งมอร์ดูได้ปิดผนึกเฮงเดียน เวิร์ล สตูดิโอในวันนี้!“พวกเขาแจ้งว่าได้ตรวจพบความอันตรายร้ายแรงภายในสตูดิโอของเรา จึงจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด และไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้าไปในขณะนี้“นอกจากนี้ ดูรินยังใช้เงินมากมายการซื้อตัวเหล่าคนดังทางอินเทอร์เน็ตที่เราเพิ่งชูโรงไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ไปหมด!“หลังจากที่เหตุการณ์เรื่องม่านออกสู่สาธารณะ สตาร์แชโบลจากประเทศ J ก็ได้ร้องขอให้ยุติการร่วมงานกับเราอย่างถาวร“ดาราที่มีชื่อเสียงหลายคนภายใต้สัญญาของเราต่างก็มีข่าวอื้อฉาวของพวกเขาเผยแพร่ออกมาด้วย! ผมเกรงว่าพวกเขาจะไม่สามารถปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนได้ในขณะนี้“ธนาคารในเซาท์ไลท์ที่ร่วมงานกับเราได้อายัดทรัพย์สินทั้งหมดของเราในทันที พวกเขาบอกว่าสตูดิโอของเรามีความเสี่ยงสูงที่จะอยู่ในภาวะขาดทุน และพวกเขาจะไม่ปลดอายัดทรัพย์สินของเราในเร็ว ๆ นี้ด้วย!”“...”เพียงสายสนทนาเดียว สีหน้าของแลรี่ก็เปลี่ยนไปครั้งแล้วครั้งเล่านี่เป็นข่าวที่มาจากผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาซึ่งกำลังตกใจกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดทุกข่าวที่ได้รับล้วน
เจ้าชายพาเทลส่งสัญญาณให้แลรี่นั่งลงและพูดอย่างใจเย็นว่า “บอกผมมาตรง ๆ เถอะว่ามีอะไรเกิดขึ้น คุณก็รู้ว่าผมไม่ชอบให้อ้อมค้อม”แลรี่ถอนหายใจพรืดยาวก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงกะอ้อมกระแอม “เจ้าชายพาเทล เหตุผลที่ผมมาที่นี่อย่างกระทันหันก็เพราะอยากขอความช่วยเหลือจากคุณ“ผมคิดว่า… ผมอาจจะทำให้คนใหญ่คนโตสักคนไม่พอใจเข้าแล้ว!“เฮงเดียน เวิร์ล สตูดิโอประสบปัญหาใหญ่เพราะเขา มันร้ายแรงอาจถึงขั้นล้มละลาย…”"ปัญหาใหญ่หรือ?” เจ้าชายพาเทลถามโดยไม่ได้ตอบ“ถ้าผมถูกซ้อมจนตายตอนที่ผมอยู่ห่างจากมอร์ดู แน่นอนว่าคุณจะต้องลำบากแน่“แต่ตอนนี้ผมอยู่ที่นี่แล้วใครจะกล้าต่อต้านคุณอีก?“ผมเองก็สงสัยว่าชายคนนี้อาจมีสายสัมพันธ์กับตระกูลลินช์ แต่ผมประมาทเกินไปและทำให้เขาขุ่นเคืองก่อนที่จะตรวจสอบประวัติเขา”ดวงตาของแลรี่กระตุกอย่างรุนแรง“ผมส่งคนไปสืบแล้ว ดังนั้นอีกไม่นานผมน่าจะได้ข้อมูลของเขา”เจ้าชายพาเทลยังคงสงบนิ่ง “ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นหรอก หากเขาไม่ได้มาจากหนึ่งในสิบตระกูลชั้นนำของประเทศ H หรือหนึ่งในตระกูลเศรษฐีโบราณ การสืบหาภูมิหลังของเขาก็ไม่มีความหมาย“ต่อให้เขาจะเป็นคนที่ยืนหยัดขึ้นมาได้ด้วยลำแข้งของตั
ฮาร์วีย์หันไปตามเสียงตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยว ขณะที่เขามองย้อนกลับไป เขาได้ยินเสียงรองเท้าส้นสูงดังกึกก้องอยู่ข้างหลังเขาใบหน้าที่ผ่านการศัลยกรรมปรากฏขึ้นในสายตาของเขาผู้หญิงร่างสูงโปร่งที่มีร่างกายที่ผ่านการทำศัลยกรรมพลาสติกมาอย่างหนักเดินมาพร้อมกับเพื่อนของเธอ เธอชี้ไปที่ฮาร์วีย์อย่างเย่อหยิ่ง"คุณเป็นใคร?“ใครให้คุณเข้ามาที่นี่?“คุณไม่รู้หรือว่านี่คืองานเลี้ยงของคีตัน เรียล เอสเตทส์!“นี่ไม่ใช่สถานที่ที่ใครนึกจะเข้าก็เข้าไปได้!“ถ้าคุณไม่ได้รับบัตรเชิญ ก็ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้!”หญิงสาวผู้เสพติดการศัลยกรรมพลาสติกจ้องฮาร์วีย์ด้วยความดูถูกเหยียดหยาม เธอคิดว่าฮาร์วีย์เป็นเพียงเด็กบ้านนอกไม่มีหัวนอนปลายเท้าที่แอบเข้าไปในงานเลี้ยงเพื่อหาอาหารประทังชีวิต“ฉันให้เวลาคุณหนึ่งนาที ถ้าคุณไม่ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ ฉันจะหาคนมาหักขาคุณแล้วโยนคุณออกไป!”เธอเป็นหนึ่งในสมาชิกหลักของคีตัน เรียล เอสเตทส์และถือได้ว่าเป็นคนสำคัญ ดังนั้นเธอจึงเยอะหยิ่งได้ถึงเพียงนี้ฮาร์วีย์ไม่พูดอะไร เขาเลื่อนดูรูปภาพสองสามรูปในโทรศัพท์แทนเขาแสดงรูปให้เธอดูแล้วเอ่ยถามเธอว่าว่า “นี่คุณเหรอ? คุณเป็นเลขาของ
แอ๊บบี้ ซาเวียร์กวักมืออย่างเย็นชาหลังจากพูดจบ ทันใดนั้นผู้คุ้มกันสองสามคนก็เดินเข้ามาด้วยความเคารพ“เลขาเซเวียร์ มีอะไรหรือครับ?”แอ๊บบี้ ซาเวียร์หันกลับมาและพูดอย่างเย็นชาว่า “ไล่ไอ้เ*รตนี่ออกไป อย่าปล่อยให้เขามาขวางหูขวางตา!”แอ๊บบี้ ซาเวียร์กำลังจะก้าวออกไปหลังจากพูดจบพนักงานหญิงที่อยู่ข้างหลังเธอก็มองฮาร์วีย์ ยอร์กด้วยความสมเพชผู้ชายคนนี้ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง เขาหาเรื่องตายแท้ ๆ! ถึงได้กล้ามาท้าทายคีตัน เรียล เอสเตทส์ถึงที่นี่ผู้คุ้มกันหลายคนมาพร้อมกับกระบองและแอ๊บบี้ ซาเวียร์พยายามพาเขาออกไปฮาร์วีย์พูดอย่างเฉยเมยว่า “แอ๊บบี้ ซาเวียร์ คุณอยากได้บัตรเชิญใช่ไหม?”“ผมพอจะมีอยู่ 2-3 ฉบับ คุณจะกล้าที่จะอ่านหรือเปล่า?”แอ๊บบี้ ซาเวียร์หันกลับมาและพูดอย่างเย็นชา “คุณมีบัตรเชิญเหรอ? ถ้าคุณมีฉันจะยอมคุกเข่าให้เลย!”“ถ้าอย่างนั้นคุณก็ควรจะคุกเข่าลง!”ฮาร์วีย์ก้าวไปข้างหน้าในวินาทีต่อมาเพี๊ยะ!เสียงตบหน้าของแอ๊บบี้ ซาเวียร์ดังสะท้อนและร่างของเธอกระเด็นออกไป รอยฝ่ามือสีแดงปรากฏบนใบหน้าที่ผ่านการศัลยกรรมของเธอเพี๊ยะ เพี๊ยะ เพี๊ยะ!ฮาร์วีย์ไม่ยอมหยุดและยังคงตบคนอื่น ๆ ต่อไป
ปัง!ประตูทองเหลืองทั้งสองบานถูกเตะจนร่วงลงกับพื้นด้วยฝีมือของฮาร์วีย์ ยอร์ก มันก่อให้เกิดเสียงดังอึกทึกครึกโครมทุกคนในห้องโถงต่างพากันตกใจและและมองตามเสียงไปตามสัญชาตญาณพิธีกรที่กำลังพูดอยู่บนเวทีชะงักชะงักงานและและอ้ำอึ้งราวกับถูกใครบางคนบีบคอเอาไว้เซธ คีตันถือว่าเป็นเลิศกว่าใครในหมอดูในมอร์ดู เขามีทรัพย์สินอยู่หลายสิบล้านดอลลาร์ ดังนั้นเขาจึงมีชื่อเสียงในวงการอสังหาริมทรัพย์ทุกคนที่ได้รับเชิญจากเขาให้มาร่วมงานเลี้ยงในครั้งนี้ต่างมีสถานะและตัวตนสูงส่งไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าจะมีคนมาเคาะประตูอย่างหน้าด้าน ๆ และโอหังเช่นนี้"คุณเป็นใคร?!"ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นยังเห็นเลขาของเซธเดินกระโผลกกะเพลกอยู่ตรงทางเข้าประตู เธอดูสะบักสะบอมไปหมดผู้คุ้มกันของเซธราวสิบกว่าคนรีบกรูเข้ามาทันที ผู้นำคนหนึ่งถึงกับตวาดเหว และพวกเขาคว้ากระบองและกระบองไฟฟ้าออกมา"ใครกัน?! ใครให้นายมาสร้างปัญหาที่นี่?!”“นายรู้ไหมว่าที่นี่มันที่ไหน?”เซธซึ่งนั่งอยู่ในที่เก้าอี้ประธานมองฮาร์วีย์อย่างเฉยเมย สีหน้าของเขาเย็นชา และมองฮาร์วีย์ราวกับเป็นของตาย แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าฮาร์วีย์เป็นใครกันแน่แต่เขาก็รู้อย
เมื่อเห็นว่าฮาร์วีย์ ยอร์กสามารถล้มผู้คุ้มกันทั้งหมดของเซธลงกับพื้นอย่างง่ายดาย ในที่สุดทุกคนก็เข้าใจว่าทำไมมารหัวขนคนนี้ถึงได้จองหองนักผลปรากฎว่าเขามีทักษะติดตัวในขณะนี้ เซธ คีตันหรี่ตาลงเล็กน้อยและไม่ได้สนใจที่ฮาร์วีย์สามารถกวาดล้างคนทั้งหมดลงได้ในทันทีเช่นนี้เพราะยุคนี้ จะมีพลังต่อสู้อะไรเอาชนะกระสุนปืนได้ อำนาจ สถานะ ความมั่งคั่ง และพลังอำนาจสามารถบดขยี้ผู้คนได้ดีกว่าพวกยอดฝีมือเสียอีกมีวิธีกำจัดยอดฝีมือตั้งมากมายโดยไม่จำเป็นต้องปะทะกับเขาเสียด้วยซ้ำในตอนนั้นเซธได้ส่งข้อความอย่างใจเย็นไปขอให้หัวหน้าผู้คุ้มกันส่งลูกน้องพร้อมอาวุธปืนมาเพิ่มอีกสองสามคนฮาร์วีย์ดูเฉยเมยและพูดอย่างเย็นชา “เซธ นี่คุณยังไม่อยากออกมาอีกเหรอ?”ในขณะนี้ผู้อาวุโสในชุดสูทดั้งเดิมก็ยืนขึ้น เขาจ้องมองฮาร์วีย์ด้วยสายตาของผู้บังคับบัญชาระดับสูง“พ่อหนุ่ม เธอรู้ไหมว่านี่คือศูนย์กลางแห่งมอร์ดู?”“เธอรู้หรือเปล่าว่าผู้ที่มาร่วมงานเลี้ยงครั้งนี้ล้วนเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในมอร์ดูด้วยกันทั้งนั้น”"เธอกำลังคิดที่จะทำอะไร?”“ได้คิดถึงผลที่จะตามมาบ้างหรือเปล่า?”บุคคลผู้นี้ต้องอยู่ในตำแหน่งสูงส่งมาเป็นเ
ผู้อาวุโสในชุดสูทกรีดร้องและพยายามลุกขึ้น ก่อนที่เขาก็คว้าขวดไวน์ด้วยความโกรธ “ไอ้*ารเลว แกกล้าดียังไงมาตบฉัน!! ฉันจะฆ่าแก!"เพี๊ยะ!ฮาร์วีย์ ยอร์กตบผู้อาวุโสคนนั้นและส่งเขาออกไปอีกครั้ง!“ผมรู้จักตัวเองเป็นอย่างดี ผมพูดและทำเรื่องพวกนั้นก็เพื่อค้นหาความจริงเท่านั้น!“คุณจะไปแจ้งตำรวจก็ได้! จะฟ้องผมก็เอาสิ! อยากจะจ้างทนายความก็เอาเลย!“แต่นี่ไม่ใช่เหตุผลที่คุณจะมาใช้ความรุนแรง!“บ้านเมืองมีขื่อมีแป!“สำหรับพฤติกรรมของคุณ ไม่ว่าจะถูกหรือผิดยังไง ผมคงต้องส่งคุณไปที่สถานีตำรวจก่อน!”ฮาร์วีย์ย้อนคำพูดของผู้อาวุโสแบบคำต่อคำผู้อาวุโสโสโกรธมากจนอยากจะกระอักเลือด "แก…"ฮาร์วีย์ไม่สนใจเขาและเดินขึ้นโพเดียมไป จากนั้นเขาก็เตะกล่องของขวัญต่าง ๆ ที่เตรียมไว้บนแท่นให้ร่วงหล่นไปที่พื้น จากนั้นเขาก็มองไปรอบ ๆ ผู้ชมอีกครั้งและเอ่ยขึ้นว่า “เซธ คีตัน จนถึงตอนนี้คุณก็ยังไม่อยากออกมาอีกเหรอ?”“พ่อหนุ่ม นายไม่รู้หรือว่าที่ฉันไม่ปรากฏตัวก็เพราะฉันให้โอกาสนาย”เมื่อเห็นว่าฮาร์วีย์หยิ่งยโสและแฉเขาจนหมดเปลือก เซธก็ไม่อาจนิ่งดูดายได้อีกไม่ว่าเขาจะพยายามสงบสติอารมณ์แค่ไหนก็ตามเขาค่อย ๆ ยืนขึ้นและจุ
ฮาร์วีย์ ยอร์กยิ้มอย่างเมินเฉย “ใช่ คุณเดาถูกแล้ว”เซธ คีตันผงะไปชั่วขณะ เขาไม่เคยคาดคิดว่าฮาร์วีย์จะยอมรับออกมาตรง ๆ เช่นนี้ เขาพูดอย่างไม่อ้อมค้อมด้วยความมุ่งมั่นอย่างสูง “ไอ้ส*รเลว นายคิดว่าตัวเองเป็นใคร?“นายเป็นคนของตระกูลฌอง? ลินช์? สมิธหรือพาเทลกันล่ะ?“ถ้าที่ว่ามาไม่ใช่นามสกุลของนาย นายก็แค่กบในกะลาครอบ มีสิทธิ์อะไรมาทำตัวอวดรู้ต่อหน้าฉัน?“น่าคิดว่าคิดว่าฉันเซธ คีตันจะถูกต้อนได้ง่าย ๆ หลังจากที่ผงาดอยู่ในมอร์ดูมาหลายปีดีดักงั้นเหรอ?“นายคิดว่าไม่ว่าใครก็จะเอาฉันลงได้เหรอ?“นี่นายตั้งใจจะรอฉันเล่นจริง ๆ ใช่ไหม?“นายรู้หรือเปล่าว่าตอนนี้กำลังเล่นอยู่กับใคร?”เซธมองไปรอบ ๆ สถานที่ด้วยท่าทางเย็นชา จากนั้นเขาก็พูดเบา ๆ ว่า “ในเมื่อนายไม่รู้ ฉันก็จะช่วยสงเคราะห์ให้“นี่คือผู้บังคับบัญชาลำดับที่สองในระบบภาษีของมอร์ดู!“นี่คือรองประธานของธนาคารแห่งมอร์ดู!“นี่คือผู้บัญชาการของท่าเรือมอร์ดู!“นี่คือสารวัตรหน่วยตำรวจเฉพาะกิจ!”ในขณะที่เซธเรียกชื่อพวกเขาทีละคน บุคคลที่มีชื่อเสียงมากกว่าโหลก็ยืนขึ้นพร้อมกับมองไปที่ฮาร์วีย์ด้วยสีหน้าเย้ยหยันเซธนำคนกลุ่มนี้เดินไปและยืนอยู่ต่อ