ฮาร์วีย์พยักหน้าและพูดว่า “นี่ไม่ใช่ความผิดของคุณ นอกจากนี้อีกฝ่ายจะให้คำอธิบายกับเราในไม่ช้าก็เร็ว“ไม่ต้องนะครับคุณลินช์ เรื่องนี้ผมจัดการเองได้”โยนาส่ายหัสและพูดว่า “ให้ฉันจัดการเถอะค่ะนายน้อยยอร์ก ฉันสัญญาว่าจะไม่มีใครมารบกวนคุณที่โรงพยาบาล…”ปัง!ก่อนที่โยนาจะพูดจบ ประตูห้องวีไอพีก็ถูกเตะและเปิดออกผู้คนนับสิบบุกเข้ามาแลรี่และเฟร็ดนำหน้าเฟร็ดควรจะถูกกักตัวอยู่ การปรากฏตัวของเขาระบุได้ว่าต้องมีปัญหาในระบบแต่ผู้นำที่แท้จริงของกลุ่มในครั้งนี้ไม่ใช่ทั้งแลรี่และเฟร็ด แต่กลับเป็นผู้หญิงที่ดูเหมือนจะอายุสามสิบต้น ๆเธอสวมเครื่องแบบสีขาว อย่างไรก็ตาม แม้แต่เครื่องแบบที่เป็นทางการนี้ก็แสดงให้เห็นรูปร่างที่โตเต็มวัยของเธอใบหน้าของเธอละเอียดออนมาก ทุกย่างก้าวของเธอแสดงถึงความเย่อหยิ่งและดูถูกเหยียดหยาม“ยอร์ก คุกเข่าซะ!”เฟร็ดตะโกนทันทีที่ประตูเปิดด้านหลังเขามีนักแสดงหญิงซึ่งถูกจับกุมในข้อหาเป็นผู้ค้าอาหารทะเลเมื่อบ่ายวันนี้ พวกเธอผมกระเซิงและดูสกปรก และสีหน้าขมขื่นพวกเธอทำผิดร้ายแรงตั้งแต่เมื่อไหร่?พวกเธอจะต้องได้รับความยุติธรรมจากความคับแค้นใจที่พวกเธอได้รับ!“น่าสน
คำพูดของฮาร์วีย์ทำให้ใบหน้าของแลรี่และเฟร็ดดูอัปลักษณ์ขึ้น แน่นอนว่าพวกเขาต้องการเหยียบย่ำฮาร์วีย์เพื่อทวงความยุติธรรมให้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเฮงเดียน เวิร์ล สตูดิโอถึงกระนั้นพวกเขาก็ล้มเหลวทุกครั้งและต้องจบลงด้วยความอัปยศอดสูเสมอ นั่นยิ่งทำให้พวกเขาดูหน้าสังเวชเข้าไปใหญ่“ถ้างั้นนายคือฮาร์วีย์งั้นหรอ?”ในขณะเดียวกัน ผู้หญิงที่ถูกทุกคนห้อมล้อมก็ค่อย ๆ ก้าวมาข้างหน้าอย่างช้า ๆเสียงรองเท้าส้นสูงของเธอดังก้องกังวานในทุกย่างก้าว สิ่งนั้นยิ่งทำให้ท่าทางหยิ่งยโสและเจ้าเล่ห์ของเธอยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีกฮาร์วีย์หรี่ตามองอีกฝ่ายแล้วเอ่ยปากถามขึ้น “คุณเป็นใคร?”“นี่คือเอลีซา ฌองจากสถานีตำรวจมอร์ดู!“เธอยังเป็นสมาชิกของตระกูลฌองแห่งมอร์ดูซึ่งเป็นหนึ่งในสิบตระกูลอันดับแรกอีกด้วย!“ฉันขอให้ผู้อำนวยการฌองเพื่อมาทวงความยุติธรรมให้เราเป็นพิเศษ“ฉันอยากรู้นักว่าจะมีตำรวจบ้า ๆ บอ ๆ คนไหนยังคิดที่จะลากฉันไปที่สถานีตำรวจอีกไหม?!”แลรี่พูดอย่างนึกสนุก ฮาร์วีย์มีเส้นสายในสถานีตำรวจแล้วทำไมล่ะ?ด้วยภูมิหลังและอิทธิพลของเอลีซา แม้แต่เจ้าชายแห่งมอร์ดูก็ยังต้องให้ความเคารพเธอหากฮาร์ว
"คำอธิบาย?"ฮาร์วีย์หัวเราะ"ก็ได้ แล้วคุณบอกผมมาสิว่าผมต้องอธิบายอะไรให้คุณฟัง และควรอธิบายยังไง? ผู้อำนวยการฌอง”เอลีซา ฌองจากตระกูลฌองแห่งมอร์ดูดูคล้ายจะมีอำนาจเหนือล้นแต่สำหรับฮาร์วีย์แล้ว เอลีซายังไม่ดีพอที่จะพูดแทนแลรี่เนื่องจากเธอมาจากตระกูลฌองแห่งมอร์ดู ฮาร์วีย์จึงไม่รังเกียจที่จะเหยียบย่ำเธอให้ตาย แน่นอนว่ามันจะช่วยปลุกความโกรธของลูคัสขึ้นมาได้ “จะอธิบายยังไงดีน่ะเหรอ“ในเมื่อนายกล้าถาม ฉันก็จะบอกเอาไว้ให้“ตอนนี้ราคาขึ้นเป็น สี่พันเจ็ดร้อยล้านดอลลาร์แล้ว!“คุกเข่าและอ้อนวอนคุณแชมเบอร์สสามครั้ง!“จัดการนิ้วทั้งสามของนายด้วยตัวเอง!“นายทำทั้งหมดนั้นได้หรือเปล่าล่ะ?”เอลีซามีสีหน้าเฉยเมย “ถ้านายทำไม่ได้ งั้นเรามาใช้เวลาคุยกันเรื่องนี้สักหน่อยดีกว่า”“เราจะได้ข้อสรุปที่น่าพอใจอย่างแน่นอน”ขณะที่เอลิซาพูด เธอก็ดีดนิ้วเป็นสัญญาณ ผู้ชายหลายคนที่เดิมยืนเฝ้าอยู่ข้างหลังเธอก้าวไปข้างหน้าทันที สายตาของพวกเขาเฉียบคมและเปล่งออร่าที่น่าเกรงขามออกมาพวกเขาดูราวกับว่าจะสามารถปราบปรามฮาร์วีย์ได้ด้วยการลงมือและจ้องมองเพียงครั้งเดียวฮาร์วีย์มองพวกเขาด้วยรอยยิ้มที่ไม่แยแส “ผู
ฮาร์วีย์ยิ้มและกระดิกนิ้วเรียกเฟร็ดเฟร็ดมองอย่างเหยียดหยาม เขาเข้าหาฮาร์วีย์อีกครั้งและตวาดเหว “ทำไม? แกยังอยากที่จะยั่วโมโหฉันและให้ฉันเป็นคนเข้าไปหานั้น?”“มา มา มา! ตีฉันเลย!“มาเลย มาตีฉันสิ!“ถ้าแกไม่กล้าตีฉัน แกมันก็เป็นแค่คนขี้ขลาด! ไอ้สารเลว…”เพี๊ยะ!ก่อนที่เฟร็ดจะพูดจบ ฮาร์วีย์ก็ตบเขาทันที“อ๊าก!” เฟร็ดกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เลือดพุ่งออกจากปากและจมูกของเขา เขาถูกส่งให้ลอยไปชนกำแพงก่อนจะล้มลงกับพื้น สภาพดูน่าสมเพชอย่างมากฝูงชนตกใจ ใบหน้าของดาราสาวเหล่านั้นซีดเผือดด้วยความกลัวและความเหลือเชื่อมือของแลรี่ซึ่งกำลังจะจุดซิการ์แข็งทื่อและสั่นอยู่กลางอากาศเล็กน้อยแม้แต่เอลีซา ฌองที่ตอนแรกสงบและผ่อนคลายก็ยังผงะไปเหมือนกันเธอไม่คิดมาก่อนว่าฮาร์วีย์จะกล้าตบเฟร็ดขึ้นมาจริง ๆแถมยังต่อหน้าต่อตาเธออีก?ความโกรธพลุ่งพล่านขึ้นในใจของเธอ เอลิซาผู้ซึ่งจองหองอยู่เสมอรู้สึกราวถูกกับบดขยี้อยู่ใต้เท้าของใครบางคน ไอ้บ้านนอก เวรตะไล… เขากล้าดียังไงถึงมาข้ามหน้าข้ามตาเธอและปฏิบัติกับเธอเหมือนเธอเป็นหัวหลักหัวตอ?“ไอ้สาร…!”เอลีซาจ้องไปที่ฮาร์วีย์ด้วยสายตาดุดัน ใบหน้าที่งดงามขอ
เมื่อได้เห็นผู้มาเยือนเอลิซาผงะไปครู่หนึ่งวินาทีถัดมา เธอฟื้นคืนสติได้อย่างรวดเร็วอีกครั้งเธอเคยได้ยินจากแลรี่และคนอื่น ๆ ว่าผู้หญิงคนนี้น่าจะเป็นผู้สนับสนุนฮาร์วีย์ แม้ว่าเธอจะประหลาดใจ แต่เธอก็ไม่ได้ตกใจอะไรมากกว่าเธอจ้องมองใบหน้าที่สวยงามและอ่อนเยาว์ของโยนาอย่างอิจฉา และพูดอย่างเย็นชาว่า “ฉันยังสงสัยอยู่เลยว่าใครกันแน่ที่ทำตัวเสแสร้งแบบนั้น?”“ปรากฎว่าเป็นคุณโยนา ลินช์ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะสาวสังคมอันดับหนึ่งในแวดวงสังคมชั้นสูงของมอร์ดูนี่เอง!”“คุณอาจเป็นคนดัง คุณลินช์ แต่พูดตรง ๆ คุณก็เป็นแค่เลขามือฉมังของเบนจามิน ลินช์เท่านั้น”“ตรวจดูเอกสาร จัดแผนการเดินทาง แม้กระทั่งเสิร์ฟชาและล้างห้องน้ำ… สิ่งเหล่านี้ถือเป็นความสามารถพิเศษของคุณ”“พวกงานอย่างเช่นการผดุงความยุติธรรมของกฎหมาย การจับกุมและสอบสวนผู้ต้องสงสัยนั้นไม่อยู่ในภาระหน้าที่ของคุณอย่างแน่นอน!”“คุณเป็นแค่เลขา คุณไม่ได้มีอำนาจเหนือฉัน!”“แต่เห็นแก่เบนจามิน ในวันนี้ฉันจะไม่ถือว่าคุณขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่”“ทีนี้ก็ ได้โปรด ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้”แม้ว่าเอลีซาจะรู้ว่าสถานะของโยนานั้นสูงส่ง…แต่เอลีซาก
"แน่นอน" สีหน้าของโยนายังคงไม่เปลี่ยนแปลงเอลีซาพูดด้วยรอยยิ้มแกนอีกหน “ทำร้ายเฟร็ดถึงขนาดนี้ แถมยังทำให้คุณแชมเบอร์สต้องประสบความสูญเสียครั้งใหญ่ และถึงกับทำลายป้ายสัญลักษณ์ของเจ้าชายพาเทลอีกต่างหาก…”“โยนา ฉันเกรงว่าฉันเกรงว่าแค่ชื่อของคุณคงจะปกป้องเขาไม่ได้หรอก”“ถ้าอย่างนั้นจะใส่ชื่อของฉัน เบนจามิน ลินซ์เข้าไปด้วยเป็นยังไง มันเพียงพอแล้วหรือยังเอลีซา?”ทันใดนั้นเสียงที่สง่าผ่าเผยก็ดังขึ้นกลางอากาศเบนจามินเดินเข้ามาพร้อมกับเลขาฯ และผู้คุ้มกันของเขาเบนจามิน ลินช์?!ใบหน้าของเอลีซาซีดลงทันทีที่เห็นเขาสำหรับแลรี่และคนอื่น ๆ สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาครั้งแล้วครั้งเล่ากับโยนา เอลีซายังกล้าที่จะทำตัวจองหองและเจ้าเล่ห์ หรือแม้กระทั่งเหยียดหยามอีกฝ่ายได้แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนที่เหนือกว่ายังเบนจามิน เธอไม่กล้าแม้แต่จะหายใจออกมาด้วยซ้ำเบนจามินเดินไปหาเอลีซาและพูดอย่างเฉยเมยว่า “น้องยอร์กเป็นแขกของฉัน และเขาก็เป็นผู้ที่ช่วยชีวิตของฉันไว้ด้วย”“แต่ฉันเคารพกฎหมาย หากคนมีหลักฐานว่าน้องยอร์กละเมิดกฎหมาย ฉันก็จะยอมยืนดูอยู่เฉย ๆ”“แต่ถ้าคนไม่มีหลักฐาน และกุเรื่องขึ้
“ผู้อำนวยการฌอง?”เบนจามินไม่แยแส“เธอไม่ได้เป็นผู้อำนวยการเสียหน่อย และต่อไปก็จะไม่ได้เป็นด้วย”“จากนี้ไป เธอไม่ใช่รองผู้อำนวยการอีกต่อไป”เบนจามินต้องพูดให้ชัดในประโยคเดียวเพื่อกำจัดคนชั่วร้ายอย่างเอลีซา"สวะ!"ดาราสาวที่เพิ่งพูดรู้สึกไม่พอใจ “ผู้กำกับฌองไม่ใช่แค่รองผู้อำนวยการสถานีตำรวจมอร์ดูเสียหน่อย!“เธอยังเป็นสมาชิกของตระกูลฌองแห่งมอร์ดูด้วย!“คุณคิดว่าคุณจะทำอะไรเธอได้อย่างนั้นเหรอ?”ดาราหญิงคนนี้เพิ่งได้รับความนิยมเมื่อไม่นานมานี้ สถานะของเธอในวงการบันเทิงก็ไล่เลี่ยกับเฟร็ดเมื่อเห็นเอลีซา บุคคลผู้เป็นต้นแบบองเธอถูกอีกฝ่ายทำร้ายและขู่ว่าจะต้องลงจากตำแหน่ง ดาราสาวคนนี้ก็ไม่พอใจอย่างยิ่งเบนจามินหยิบผ้าเช็ดหน้าที่เลขาของเขายื่นให้ ก่อนที่เขาจะค่อยๆเช็ดเกลียวนิ้วของตัวเอง ในเวลาเดียวกัน เขาพูดอย่างเฉยเมยว่า “ถ้างั้นคุณก็ลองไปถามเอลีซาดูว่าตระกูลฌองจะปกป้องเธอได้หรือเปล่า?”"หุบปาก!"เอลีซารีบลุกขึ้นยืนและตบดาราสาวคนนั้น“ดาราสาวชั้นต่ำอย่างเธอกล้าดียังไงไปพูดจาหยาบคายกับนายท่านลินช์แบบนั้น!”ดาราสาวคนดังกล่าวขอบคุณใบหน้าด้วยแววตาไม่เชื่อ เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเอลี
สีหน้าของเอลีซาดูหวาดกลัวมากหลังจากได้ยินคำพูดของเบนจามินเธอรู้ดีว่าถ้าเบนจามินพูดอย่างนั้น อนาคตและความมั่งคั่งของเธอก็ถึงคราวย่อยยับตระกูลฌองจะไม่ออกมาปกป้องและพูดแทนเธอยิ่งไปกว่านั้นเธอพ่อไม่ได้เป็นสมาชิกสายหลักของตระกูลฌอง เธอไม่ใช่ทายาทโดยตรงเมื่อนึกถึงสิ่งนี้ เอลีซาก็รู้สึกวิงเวียน เธอจ้องมองแลรี่โดยไม่รู้ตัว อย่างนึกอยากจะบีบคอเขาให้ตายในทันทีเขาเป็นคนลากเธอเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้! มิฉะนั้นสิ่งนี้จะเกิดขึ้นกับเธอได้อย่างไร?เฟร็ดปิดบังใบหน้า สีหน้าของเขาแย่มาก แม้แต่เอลีซายังถูกข่มเหง แล้วผู้กำกับภาพยนตร์ตัวเล็ก ๆ อย่างเขาจะเอาตัวรอดไปได้อย่างไร?มีเพียงแลรี่เท่านั้นที่ยังคงสงบได้ดีในระดับหนึ่งแต่เขาก็รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะทำให้เขากลับอีเลียสมีปัญหาอย่างแน่นอนเขาอาจจะต้องให้คำอธิบายแก่ตระกูลฌองแห่งมอร์ดูอีเลียสจะพบว่าเขามันกระจอกและคงจะไล่ตะเพิดเขาไปเมื่อนึกถึงสิ่งนี้ แลรี่ก็ทำได้เพียงข่มใจตัวเองและพูดว่า “นายท่านลินช์!“ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้เป็นความผิดของเรา โปรดยกโทษให้กับความขาดเขลาของเราและยกโทษให้เราที่ล่วงเกินนายน้อยยอร์กไปด้วย!“เฟร็ดสมควรเจอเร