เมื่อได้ยินคำว่า “ผู้อาวุโสออสการ์ อาร์มสตรอง” จัสติน วอล์คเกอร์ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ผมได้ยินมาว่าผู้อาวุโสอาร์มสตรองจะไม่ยอมจากโวลซิงง่าย ๆ คุณแน่ใจเรื่องนี้เหรอคุณหมอฟรอสต์?”“ครับ ผมเป็นเพื่อนกับเขามานานหลายปีแล้ว ผมน่าจะเชิญเขามาได้ถ้าผมยอมก้มหัวและขอร้องเขาขนาดนี้แล้ว”สีหน้าของนายแพทย์ฟรอสต์แย่ลงเล็กน้อย“เพียงแต่ว่า…”“แต่อะไร?” สีหน้าของจัสตินมืดลงอีกครั้ง“ผมเพิ่งติดต่อผู้ช่วยของเขาเมื่อไม่นานมานี้ ผู้ช่วยเขาบอกว่าผู้อาวุโสอาร์มสตรองกำลังทำการผ่าตัดครั้งใหญ่และไม่รู้ว่าเขาจะเสร็จเมื่อไหร่“และเขายังห้ามไม่ให้ใครขัดขวางในขณะที่เขากำลังผ่าตัด“ดังนั้น ถึงแม้ว่าผมจะมั่นใจว่าสามารถทำให้ผู้อาวุโสอาร์มสตรองมาที่นี่ได้ เราก็ต้องรอจนกว่าเขาจะผ่าตัดเสร็จก่อน นอกจากนี้เขาจะยังต้องบินมาที่นี่อีก หากทุกอย่างเป็นไปได้ดี เร็วที่สุดที่เขาจะมาถึงที่นี่ได้ก็คือ ยี่สิบสี่ชั่วโมง“แต่นายหญิงวอล์คเกอร์อาจอยู่ได้ไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงด้วยซ้ำ”สีหน้าของนายแพทย์ฟรอสต์แย่มากหากเป็นคนอื่นเขายังสามารถสั่งให้อีกฝ่ายมาที่นี่โดยเร็วที่สุดอย่างไรก็ตาม คนที่เขากำลังพูดถึงอยู่ในตอนนี้คือแพท
จัสติน วอล์คเกอร์เดินเข้าไปหาแองเจลีน่าหลังจากที่ทุกคนออกไปแล้ว เขาจับมือเธอแล้วพูดช้า ๆ ว่า “คุณหมอฟรอสต์ขอให้ผู้อาวุโสออสการ์ อาร์มสตรองมาที่นี่แล้ว“เขาจะมาทันทีที่เขาผ่าตัดเสร็จ“เพราะฉะนั้นเธอจะต้องอดทนไว้นะ!”สีหน้าของแองเจลิน่าซีดลง จากนั้นเธอก็ตอบอย่างอ่อนแรงว่า “ฉันได้ยินที่คุณพูดเมื่อกี้แล้ว“แล้วถ้าการผ่าตัดของออสการ์ อาร์มสตรองนานถึงสามวันสามคืนล่ะ? ถ้าคนไข้ของเขาอาการไม่ดีหลังจากที่ผ่าตัดเสร็จแล้ว เขาจะมาได้เหรอ?“หรือต่อให้เขามา แต่พอมาถึง ฉันกลายเป็นผักไปแล้วล่ะ?“เฒ่าแก่วอล์คเกอร์ เรารอไม่ได้หรอก! คุณต้องช่วยฉัน!”ตาของจัสตินกระตุกเล็กน้อย เขาจะไม่เข้าใจสิ่งที่แองเจลิน่าพูดได้อย่างไร? ไม่เพียงแต่มันอาจเกิดขึ้นได้เท่านั้น แต่มันยังมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นมากอีกด้วยแต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ปลอบเธอและพูดว่า “อย่ากังวลไปเลย ผู้อาวุโสอาร์มสตรองจะต้องมาทันเวลาแน่นอน”แองเจลีน่ายิ้มอย่างขมขื่น“แล้วถ้าเขาไม่มาล่ะ?“เราใช้เส้นสายมากมายเพื่อติดต่อให้เขามารักษาอาการป่วยของฉันแล้ว แต่คำตอบของเขายังคงเหมือนเดิมเสมอ ยังไงเราก็ต้องรอคิว เพราะคนไข้ทุกคนต่างก็ต้องการความช่วยเหลือ
ณ เวลาเที่ยงคืนช่วงเวลาที่ควรจะเป็นเวลามื้อเย็นเวลานี้มอร์ดูบรอดเวย์ควรจะปิดไปนานแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อฮาร์วีย์ ยอร์กไปถึง เขาก็พบว่าสถานที่นั้นยังคงสว่างไสวอยู่และถูกจองไว้โดยจัสติน วอลคเกอร์อีกครั้งคราวนี้จัสตินนั่งอยู่กลางห้องโถง เขากำลังหั่นสเต็กระดับแรร์ตรงหน้าเขาอย่างพิถีพิถันเขาทานอย่างระมัดระวังและเชื่องช้าราวกับว่าเขาต้องการลิ้มรสกลิ่นเลือดในปากของเขานอกเหนือจากเขายังมีชายคนหนึ่งในชุดสูทสีเขียว ซึ่งดูไร้ความสำคัญ ยืนอยู่ข้าง ๆ จัสติน เขาถือแส้ในมือและกำลังอ่านเต๋าเต๋อจิงหากไม่ใช่เพราะแสงของหน้าจอโทรศัพท์มือถือตรงหน้าเขา ผู้คนอาจคิดว่าเขาไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้ฮาร์วีย์ดึงเก้าอี้ตรงข้ามจัสตินออกมาอย่าเป็นกันเองแล้วนั่งลง จากนั้นเขาก็สั่งบะหมี่หั่นหนึ่งชามฮาร์วีย์หยิบตะเกียบขึ้นมาหลังจากที่บริกรนำบะหมี่มาให้ เขาถามขณะทานบะหมี่ว่า “คุณวอล์คเกอร์ มีอะไรให้ผมช่วยกลางดึกแบบนี้เหรอ?”ในขณะนี้จัสตินดูเหมือนจะกระตือรือร้นมากขึ้นเมื่อเทียบกับครั้งสุดท้ายที่พวกเขาพบกันเมื่อเห็นว่าฮาร์วีย์สั่งบะหมี่เพียงชามเดียว เขาก็โบกมือ บริกรนำอาหารจานเด็ดที่ถูกเตรียมไว้ก่อนหน้านี้มาเส
คำพูดที่แทงใจดำของฮาร์วีย์ ยอร์กทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของจัสติน วอล์คเกอร์ตึงเล็กน้อยเห็นได้ชัดว่าฮาร์วีย์ตั้งใจทำให้เขารู้สึกแย่กว่าเดิม!ในขณะนี้คอนนี่ บรีกำลังมองฮาร์วีย์อย่างเคร่งขรึม แม้ว่าทั้งคู่จะเคยต่อสู้กันมาหลายครั้ง เธอก็ยังไม่สามารถอ่านใจของฮาร์วีย์ได้ส่วนผู้ชายในชุดสูทสีเขียว เขาเหล่มองฮาร์วีย์อยู่ครู่หนึ่ง แววตาของเขายังคงเย้ยหยันโดยไม่สะทกสะท้าน ฮาร์วีย์ไม่เปิดโอกาสให้จัสตินพูด เขาหรี่ตาลงและพูดว่า “เอาล่ะ เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า รองหัวหน้าสาขาวอล์คเกอร์“ชวนผมออกมากลางดึกแบบนี้คงจะไม่ใช่เพราะอยากทานมื้อเย็นกับผมหรอก ถูกไหม?“ถ้ามีอะไรจะบอกผมก็บอกมาเลย!“ถ้าไม่มีผมจะกลับแล้วนะ ลูกสาวของคุณกำลังรอผมอยู่ที่บ้าน”ฮาร์วีย์หรี่ตาเล็กน้อย เขารู้จุดประสงค์ของจัสตินก่อนที่จะมาที่นี่แล้ว เขาเพียงแต่ยั่วยวนจัสตินอยู่ตลอดเวลา เพราะอยากเห็นว่ารองหัวหน้าสาขาวอล์คเกอร์ผู้จอมเจ้าเล่ห์คนนี้จะอดทนได้มากเพียงใดจัสตินหายใจเข้าลึก ๆ และตั้งใจเมินครึ่งหลังของประโยคอย่างชัดเจน จากนั้นเขาก็หรี่ตาลงและพูดว่า “ในเมื่อนายน้อยยอร์กตรงไปตรงมาแบบนี้ ฉันก็จะตรงไปตรงมากับคุณ“ฉันได้ยินมาว่า
“ถ้าถามว่าผมต้องการเงินเท่าไหร่เพื่อช่วยคุณแก้ปัญหานี้ ผมสามารถตอบคุณได้เลยว่า“ผมจะไม่ช่วยคุณไม่ว่าคุณจะให้มากเท่าไหร่ก็ตาม“นอกจากจะทำให้ผมขุ่นเคืองแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเธอติดค้างคำอธิบายที่ยุติธรรมและเหมาะสมให้ไคท์ วอล์คเกอร์!“อยากให้ผมช่วยอย่างนั้นเหรอ? เธอสมควรที่จะได้รับความช่วยเหลือจากผมเหรอ?”ฮาร์วีย์ ยอร์กกล่าวอย่างไม่ไยดี อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาเอ่ยชื่อของไคท์ เขาก็ตระหนักว่าชายในชุดสูทสีเขียวเย็นชายิ่งกว่าเดิม“นายน้อยยอร์ก เราก็ต่างโต ๆ กันหมดแล้ว!“ผู้ใหญ่จะพูดแต่เรื่องผลประโยชน์“ยิ่งไปกว่านั้น พวกเราไม่มีเหตุผลใดที่จะเป็นมิตรกันไม่ได้!“แม้ว่าคุณจะเก่งมาก แต่ทำไมคุณจะต้องทรมานแองเจลิน่า จอห์นด้วย?“แม้ว่าคุณจะดูถูกฉัน แต่ตระกูลจอห์นแห่งโกลเดน แซน ซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลสิบอันดับแรก ไม่มีค่าพอที่คุณจะสนใจเลยเหรอ?“ฉันสัญญาว่า ตราบใดที่คุณช่วยฉัน ไม่เพียงแต่ฉันจะให้เงินคุณเท่านั้น แต่ความคับข้องใจระหว่างเราจะหมดไปด้วย!“ถ้าคุณต้องการ ฉันจะหาตำแหน่งให้คุณในสาขาหลงเหมินด้วย คุณน่าจะพอใจกับการได้เป็นรุ่นพี่ยอร์ก ถูกไหม?“ฉันสามารถแต่งตั้งคุณเป็นรองหัวหน้าสาขาและ
เพี้ยะ!ฮาร์วีย์ ยอร์กสาดชาใส่หน้าจัสติน วอล์คเกอร์ด้วยสีหน้าที่เฉยเมยทันที “ขอโทษนะ แต่ผมจะไม่ได้รับข้อเสนอใด ๆ ของคุณทั้งสิ้น”ปัง!“น้องชาย!”“อวดดีเกินไปแล้ว!”เมื่อเห็นฮาร์วีย์สาดน้ำชาใส่หน้าจัสติน ชายในชุดสูทสีเขียวก็กระแทกโต๊ะอย่างแรงฟุบ ทันใดนั้นโต๊ะก็หักออกจากกัน หม้อและชามทุกใบตกลงไปสู่พื้นฮาร์วีย์ถอยหลังไปครึ่งก้าว ร่างกายของเขาไม่เลอะแม้แต่นิดเดียวจัสตินเคลื่อนตัวช้าไปเล็กน้อย ดังนั้นเขาจึงถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นชายในชุดสูทสีเขียวรู้สึกอายเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม เขาระงับอารมณ์อย่างรวดเร็วและพูดอย่างก้าวร้าวต่อฮาร์วีย์ว่า “พ่อหนุ่ม!“ฉันมองคุณมาตั้งแต่แรกแล้ว!“และก็อดทนกับคุณมานานแล้วด้วย!“คุณไม่รู้สถานการณ์ตัวเองเลยจริง ๆ!“แม้ว่าฉันจะไม่รู้ว่าคุณเอาความมั่นใจของคุณมาจากไหน และยังอ้างว่าคุณสามารถช่วยนายหญิงวอล์คเกอร์ได้…“แต่ซีอีโอวอล์คเกอร์เสนอเงื่อนไขดังกล่าวให้คุณแล้ว ไม่ว่าคุณจะช่วยได้หรือไม่ก็ตาม และเขายังปฏิบัติต่อคุณอย่างสุภาพ คุณยังปฏิเสธเขาได้อย่างไร?“คุณควรรู้ไว้ว่าหลายคนในมอร์ดูต้องการใกล้ชิดกับซีอีโอวอล์คเกอร์และนายหญิงวอล์คเกอร์ แต่พวกเขาทำไม่ได
หัวหน้าลีโอนาร์ด เบรย์รู้สึกว่าไอ้ตัวแสบคนนี้ต้องกลัวเขาแน่ ๆ หลังจากที่เห็นสีหน้าของฮาร์วีย์ ยอร์กในขณะนี้ เขาคิดว่าตัวเองสูงส่งและพูดอย่างเย็นชาว่า “ตอนนี้รู้แล้วใช่ไหมว่าฉันเป็นใคร?“ฉันจะบอกอะไรให้นะ ถ้าฉันไม่พอใจคุณขึ้นมาและสั่งให้เบรนแนน สแตนตันกลับมา คุณอาจตายข้างถนนได้ทุกเมื่อ!“เพราะลูคัส ฌองได้ส่งคนสนิทของเขา เลอบรอน มาฆ่าคุณแล้ว“ถ้าคุณอยากรอด รีบตกลงกับเงื่อนไขของซีอีโอวอล์คเกอร์ซะ!”“อ๋อ ผมต้องขอบคุณคุณสินะ” ฮาร์วีย์ยิ้มหลังจากนั้นเขาก็พูดด้วยความสนใจอย่างมากว่า “ในเมื่อคุณเป็นลุงของไคท์ และแม่ของเธอซึ่งตอนนี้กลายเป็นผักแล้วก็เป็นรุ่นน้องของคุณ“ถ้าเป็นอย่างนั้นความสัมพันธ์ของคุณก็น่าจะดี ถูกไหม?“ตอนนี้ผมก็กำลังสู้เพื่อสิทธิอันชอบธรรมของไคท์ ซึ่งก็คือการอธิบายเรื่องแม่ของเธอ“แล้วคุณจะหยุดผมทำไม?“ผมไม่เข้าใจจริง ๆ โปรดอธิบายด้วยหัวหน้าลีโอนาร์ด”หัวหน้าลีโอนาร์ดส่งเสียงเยาะเย้ยอย่างเย็นชาพลางทำตัวเหมือนเป็นหัวหน้าที่แกร่งกล้าแล้วพูดว่า “ไคท์เป็นหลานสาวของฉัน แน่นอนว่าฉันจะต้องรักเธอ!“แต่เพราะว่าฉันรักเธอ ฉันจึงไม่อยากให้เธอถูกผู้ชายที่มาจากไหนก็ไม่รู้และยั
หัวหน้าลีโอนาร์ด เบรย์มีท่าทางที่ชอบธรรมในขณะนี้ด้วยสถานะของเขาในมอร์ดู ทุกคนล้วนต้องแสดงความเคารพเขาต่อให้เป็นเรื่องเกินจริงที่จะบอกว่าเขาเปรียบดั่งกฎหมาย แต่หากเป็นคนทั่วไป คำพูดของเขาจะสามารถถือเป็นคำพูดที่เด็ดขาดได้โดยไม่มีปัญหาส่วนสาเหตุที่เขาออกมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ในวันนี้ เขาไม่มีเจตนาที่จะอธิบายอย่างไรก็ไม่มีใครรู้ว่าจัสติน วอล์คเกอร์จ่ายเงินให้เขา 156.7 ล้านดอลลาร์เพียงเพื่อเชิญเขามาในคืนนี้ในเมื่อเขารับเงินนั้นแล้ว เขาก็จะต้องช่วยจัสตินแก้ปัญหานี้อยู่แล้ว จากมุมมองของเขา จัสตินไม่ได้ทำอะไรผิดเลยจัสตินมีท่าทางพอใจในขณะนี้ ท้ายที่สุดเขาก็เป็นบุคคลสำคัญ เขาพูดเบา ๆ ว่า “ขอบคุณที่ดูแลเรื่องนี้ให้ผม หัวหน้าลีโอนาร์ด“การที่มีคุณอยู่ในมอร์ดูถือเป็นพรแก่ผู้คนและรัฐบาลจริง ๆ!”หัวหน้าลีโอนาร์ดรู้สึกอิ่มเอมใจหลังจากที่ได้ยินคำชมของจัสตินฮาร์วีย์ ยอร์กมองสองคนที่เริ่มยอกันเอง สีหน้าขี้เล่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา“รองหัวหน้าสาขาวอล์คเกอร์”ฮาร์วีย์จงใจเน้นคำว่า “รอง” จนกระทั่งดวงตาของจัสตินสั่นอย่างควบคุมไม่ได้“ท่าทีของคุณในวันนี้ดูกระตือรือร้นมากเมื่อเทียบกับครั